แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2012 เวลา 13:25 น. เขียนโดย ณัฐพบธรรม วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม 2011 เวลา 00:00 น.
ที่มา : คอลัมน์ You Are What You Do โดย ณัฐพบธรรม นิตยสาร Secret ฉบับพฤศจิกายน 2554

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง เพราะผมอยากประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในด้านการงาน การเงิน ความรัก หรือ ครอบครัว
แต่ผมพบว่าหนังสือเหล่านี้มักจะให้ความสำคัญกับความคิดหรือทัศนคติ หรือความเชื่อของเรา ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เช่น หากเราต้องการจะได้รับหรือได้เป็นอะไร เราจำเป็นจะต้องคาดหวัง (คิดเชื่อมั่น) ว่าเราจะได้สิ่งนั้น เราถึงจะได้สิ่งนั้น (ต้องคาดหวังถึงจะได้)
ในทางตรงกันข้าม พอผมเริ่มศึกษาพุทธศาสนา ผมกลับได้ยินบางคนพูดว่า ยิ่งคาดหวัง (คิด) เราก็จะยิ่งไม่ได้ เหมือนกับที่เคยได้ยินว่ายิ่งอยากยิ่งไม่ได้ ความขัดแย้งของแนวคิดทั้งสองอย่างทำให้ผมสงสัยว่าตกลงเราควรทำแบบไหนกันแน่
แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อผมได้อ่านเรื่องหนึ่งในพระไตรปิฎก ผมก็ถึงบางอ้อทันที โดยในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14 ข้อ 405-419 มีคนถามพระพุทธเจ้าว่า หากเราต้องการบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ เราต้องคิดแบบไหน ต้องคาดหวังว่าจะได้หรือต้องไม่คาดหวังว่าจะได้ หรือต้องทั้งไม่คาดหวังและคาดหวังไปพร้อมกัน หรือต้องคิดอย่างไรกันแน่
พระพุทธเจ้าตรัสว่า หากเราไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ (มรรค 8) ไม่ว่าเราจะคิดอย่างไร เราก็ไม่สามารถบรรลุอรหันต์ได้ แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่ควรทำ (มรรค 8) ไม่ว่าเราจะคิดอย่างไร เราก็สามารถบรรลุอรหันต์ได้
พระองค์ทรงเปรียบเทียบการบรรลุอรหันต์กับการได้นมวัวว่า หากเราต้องการนมวัวก็ต้องกระทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น เราจึงจะได้นมวัวอย่างที่เราต้องการ นั่นคือเราจะต้องรีดนมที่นมวัวเท่านั้น ถ้าหากเราไปรีดที่อื่น เราก็จะไม่ได้นมวัว ส่วนการจะคิดอย่างไรไม่ใช่เรื่องสำคัญ เช่น หากเราไม่ทำในสิ่งที่ควรทำโดยไปรีดนมที่เขาวัว ไม่ว่าเราจะคาดหวัง ไม่คาดหวัง หรือคิดอย่างไรก็ตาม เราก็จะไม่ได้นมวัว แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่ควรทำ โดยไปรีดนมที่นมวัว ไม่ว่าเราจะคาดหวัง ไม่คาดหวัง หรือคิดอย่างไรก็ตาม เราก็จะได้นมวัว
สรุปว่า เราจะคิด จะรู้สึก จะเชื่ออย่างไรก็ได้ ขอเพียงเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม เราก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ ซึ่งผมคิดว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นตรงไปตรงมาและเห็นภาพชัดเจนมากนะครับ และถ้าเราลองเปรียบเทียบกับเรื่องที่ใกล้ตัวเราเข้ามาอีกนิด เราก็จะเข้ามากขึ้น
เช่น หากเราอยากร่ำรวย ทางเลือกแรกคือ เชื่อมั่นและคาดหวัง(คิดและรู้สึก) ว่าเราสามารถประสบความสำเร็จได้ เฝ้านึกถึงความสำเร็จตลอดเวลา แต่ในด้านการกระทำปรากฏว่าเราทำงานประจำเงินเดือนไม่ถึงหมื่น ใช้เงินทุกเดือนไม่เหลือเก็บ ไม่หางานใหม่และไม่พยายามเก็บเงิน
ทางเลือกที่สองก็คือ ไม่เชื่อมั่นและไม่คาดหวัง ว่าเราจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แต่สิ่งที่ทำก็คือ แม้ว่าเราจะทำงานได้เงินเดือนไม่ถึงหมื่น แต่เราใช้จ่ายอย่างประหยัดจนทำให้มีเงินเก็บทุกเดือน ในขณะเดียวกันก็พยายามหางานใหม่ที่เงินเดือนดีขึ้นหรือหาลู่ทางที่จะทำธุรกิจส่วนตัว
คุณคิดว่าทางเลือกไหนจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่ากันครับ
เชื่อมั่นและคาดหวังอย่างเดียว → อาจไม่ได้ตามเป้าหมาย
เชื่อมั่นและคาดหวัง + ไม่ทำสิ่งที่ควรทำ → อาจไม่ได้ตามเป้าหมาย
เชื่อมั่นและคาดหวัง + ทำสิ่งที่ควรทำ → ได้ตามเป้าหมาย
หรือถ้าเราอยากมีครอบครัวที่มีความสุข ทางเลือกแรกก็คือเชื่อมั่นและคาดหวัง (คิดและรู้สึก) ว่าเราจะมีครอบครัวแบบนั้น เฝ้านึกถึงครอบครัวที่จะเป็นแบบนั้นตลอดเวลา แต่เราไม่เคยรับฟังความคิดเห็นของคนในบ้าน ทำงานมากจนไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ดุด่าลูกโดยไม่ฟังเหตุผล
ทางเลือกที่สองก็คือ ไม่เชื่อมั่นและไม่คาดหวัง ว่าเราจะมีครอบครัวที่มีความสุข แต่สิ่งที่เราทำก็คือ เรารับฟังความคิดเห็นของคนในบ้าน ทำงานพอเหมาะให้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ฟังเหตุผลลูกก่อนจะดุด่า
คุณคิดว่าทางเลือกไหนจะมีโอกาสมีครอบครัวที่มีความสุขมากกว่ากันครับ
แม้ว่าในความเป็นจริงคงไม่มีใครที่ทำตัวสุดขั้วแบบที่ยกตัวอย่างเพราะบางคนอาจจะคาดหวังไปด้วยและทำสิ่งที่ควรไปด้วย แต่การยกตัวอย่างสุดขั้วก็ทำให้เราเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่า ระหว่างความคาดหวัง (ความคิด ความเชื่อ) กับการกระทำว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน
จากความเข้าใจทั้งหมดจึงทำให้สามารถสรุปได้ว่า หากเรามีความเชื่อมั่นและความคาดหวังว่าเราสามารถประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ได้ก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะสิ่งนี้อาจจะช่วยกระตุ้นให้เรามีกำลังใจที่จะลงมือทำในเรื่องต่างๆ
แต่ถ้าเราได้ลงมือทำในสิ่งที่ควรทำและทำในปริมาณที่มากพอ ไม่ว่าจะคิดหรือเราจะเชื่ออย่างไร เราก็จะได้รับในสิ่งที่เราต้องการ เพราะชีวิตของเราจะเป็นไปตามผลของการกระทำของเรา (กฎแห่งกรรม) ไม่ใช่กฎแห่งความเชื่อ
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|
เกร็ดความรู้ล่าสุด
ค้นหา
กิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้น
| ....................................................... 20 พ.ค. 2012 - 20 พ.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "กลับทุกข์ กลับสุข" |
| ....................................................... 10 มิ.ย. 2012 - 10 มิ.ย. 2012 ฟังด้วยหัวใจ |
| ....................................................... 22 มิ.ย. 2012 - 24 มิ.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 13 ก.ค. 2012 - 15 ก.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 27 ก.ค. 2012 - 29 ก.ค. 2012 ฝึกทักษะการจับประเด็น ขั้นต้น |
| ....................................................... 18 ส.ค. 2012 - 19 ส.ค. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
| ....................................................... 25 ส.ค. 2012 - 25 ส.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "รวมพลคนจับประเด็น" |
| ....................................................... 01 ก.ย. 2012 - 02 ก.ย. 2012 ง่ายงามในความธรรมดา : เส้นทางแห่งการฝึกตนของคนธรรมดา |
| ....................................................... 28 ก.ย. 2012 - 30 ก.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 12 ต.ค. 2012 - 14 ต.ค. 2012 งาน พลังกลุ่ม และความสุข |
| ....................................................... 26 ต.ค. 2012 - 28 ต.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 10 พ.ย. 2012 - 11 พ.ย. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
















