Text Size

ปัญญาของใจที่สงบ

PDFพิมพ์อีเมล

User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

ที่มา : http://www.kanlayanatam.com/sara/sara111.htm

 

ใจที่สงบมีพลังเข้มแข็ง และเข้มแข็งทั้งสติปัญญาใจที่สงบ จะทำให้มีสติปัญญามากและแจ่มใสไม่ขุ่นมัวความแจ่มใสนี้เปรียบเหมือนแสงสว่างที่สามารถส่องให้เห็นความควรไม่ควร คือควรปฏิบัติอย่างไรไม่ควรปฏิบัติอย่างไรใจที่สงบก็จะรู้ชัดถูกต้อง ตรงกันข้ามกับใจที่วุ่นวายไม่แจ่มใส ซึ่งเปรียบเหมือนความมืดย่อมไม่สามารถช่วยให้เห็นความถูกต้องความควรไม่ควรได้มีแต่จะพาให้ผิดพลาดเท่านั้น

 

ความโลภไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นได้เลย วัตถุสิ่งของเงินทองทั้งหลายที่ได้จากความโลภนั้น ดูเผินๆ เหมือนเป็นการยกฐานะเพิ่มความมั่นคง แต่ลึกลงไปจะเป็นการทำลายมากกว่า สิ่งที่ได้จากความโลภมักจะเป็นสิ่งไม่สมควรมักจะเป็นการได้จากความต้องเสียของผู้อื่น ผู้อื่นทั้งหลายที่ต้องเสียนั้นแหละจะเป็นเหตุทำลาย ความไม่ไว้วางใจของคนทั้งหลายจะเป็นเครื่องทำลายอย่างยิ่งจะเป็นเหตุให้อะไรร้ายๆ ตามมา เมื่อถึงเวลา อะไรร้ายๆ นั้นก็จะทำลายผู้มีความโลภจนเกินการ เมื่อเวลานั้นมาถึงก็จะสายเกินไปจนไม่มีผู้ใดจะช่วยได้ ฉะนั้นก็ควรหมั่นพิจารณาให้เห็นโทษของกิเลสคือความโลภเสีย ตั้งแต่ยังไม่สายเกินไป

 

ถ้าความโลภเป็นความดี พระพุทธเจ้าก็จักไม่ทรงสอนให้ละความโลภและพระองค์เองก็จะไม่ทรงพากเพียรปฏิบัติละความโลภ จนเป็นที่ปรากฏประจักษ์ว่าทรงละความโลภได้อย่างหมดจดสิ้นเชิง เป็นแบบอย่างที่บริสุทธิ์สูงส่งยั่งยืนอยู่ตลอด มาจนทุกวันนี้ แม้ว่าจะได้ทรงดับขันธปรินิพพานไปแล้วกว่าสองพันห้าร้อยปี

 

เราเป็นพุทธศาสนิก นับถือพระพุทธเจ้า อย่าให้สักแต่ว่า นับถือเพียงที่ปากต้องนับถือให้ถึงใจ การนับถือให้ถึงใจนั้นต้องหมายความว่าทรงสอนให้ปฏิบัติอย่างไรต้องตั้งใจทำตามให้เต็มสติปัญญาความสามารถ

 

ที่สวดกันว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้า ที่เป็นที่พึ่ง ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง หมายถึงจะปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าพระธรรม และพระสงฆ์อย่างจริงจัง

 

พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงสอนให้สวดมนต์เพื่อขอร้องวิงวอนให้ทรงบันดาลให้เกิดความสุขสวัสดีโดยเจ้าตัวเองไม่ปฏิบัติดี ความหมายในบทสวดมีอยู่บริบูรณ์ที่ผู้สวดจะได้รับผล เป็นความสุขความเจริญรุ่งเรืองสวัสดีถ้าปฏิบัติตามแต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามความหมายของบทสวดมนต์ หรือเช่นไม่ปฏิบัติตามที่สวดว่าข้าพเจ้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ก็จะไม่ได้รับผงอันเลิศที่ควรได้รับเลยฉะนั้นจึงควรปฏิบัติให้ได้ถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งคือปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติปฏิบัติตามพระธรรมที่ทรงสั่งสอน และปฏิบัติตามพระสงฆ์สาวกที่ปฏิบัติเป็นแบบอย่างไว้เถิด จะได้รับความสุขสวัสดีอย่างยิ่งตลอดไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

น่าจะไม่มีผู้ใดเลยที่เห็นว่าความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นความดี ทุกคนเห็นว่าไม่ดีด้วยกันทั้งนั้นนับว่าเป็นความเห็นถูก แต่เพราะเห็นถูกไม่ตลอดจึงเกิดปัญหา ในเรื่องกิเลสสามกองนี้ขึ้น ที่ว่าเห็นถูกไม่ตลอดก็คือแทบทุกคนไปเห็นว่าคนอื่นโลภโกรธหลงไม่ดี แต่ไม่เห็นด้วยว่าตนเองโลภโกรธหลงก็ไม่ดีเช่นกัน กลับเห็นผิดไปเสียว่าความโลภโกรธหลง ที่เกิดขึ้นในใจตนนั้นไม่มีอะไรไม่ดี นี่คือความเห็นถูกไม่ตลอด ไปยกเว้นที่ว่าดีที่ตนเอง

 

เมื่อเห็นผู้อื่นที่โลภโกรธหลงน่ารังเกียจเพียงใดให้เห็นว่าตนเองที่มีความโลภโกรธหลงนั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่าแล้วพยายามทำตนให้พ้นจากความน่ารังเกียจนั้นให้เต็มสติปัญญาความสามารถ จะเรียกได้ว่าเป็นผู้มีปัญญา ไม่ปล่อยตนให้ตนตก อยู่ใต้ความสกปรกของความโลภโกรธหลง

 

โอกาสที่จะได้เห็นคนโลภ คนโกรธ คนหลง มีอยู่ทุกเวลานาที เรียกได้ว่าโอกาสที่จะดูตนเองให้เห็นโทษเห็นผิดของตนเองนั้นมีอยู่มากมายทุกเวลานาทีเช่นเดียวกันสำคัญที่ว่าจะต้องไม่ละเลยปล่อยโอกาสอันงามนั้นให้พ้นไปอย่าลืมนึกถึงตนเองด้วยทุกครั้งไปที่พบเห็นคนโลภ คนโกรธ คนหลง

 

การแก้ความวุ่นวายทั้งหลายนั้น ที่ถูกแท้จะให้ผลจริงต้องต่างคนต่างพร้อมใจกันแก้ที่ตัวเองเท่านั้น พร้อมใจกันและแก้ที่ตัวเองเท่านั้นที่จะให้ผลสำเร็จได้จริง

 

ไม่มีอำนาจของบุคคลอื่นใดที่จะสามารถบังคับบัญชา ให้ใครหันเข้าแก้ไขตนเองได้นอกจากอำนาจใจของตัวเองเท่านั้นที่จะบังคับตัวเอง ทั้งยังจะต้องเป็นอำนาจใจที่เกิดจากปัญญา ความเห็นถูกด้วยจึงจะสามารถนำให้หันเข้าแก้ไขตนเอง

 

ควรพยายามทำความเชื่อให้แน่นอนมั่นคงเสียก่อนว่า การแก้ที่ตนเองนั้นสำคัญที่สุด ต้องกระทำกันทุกคนผลดีของส่วนรวม ของชาติ ของโลกจึงจะเกิดขึ้นได้

 

ทุกคนขอให้เริ่มแก้ตัวเองก่อน แก้ให้ใจวุ่นวายเร่าร้อน ด้วยอำนาจของกิเลสมีโลภ โกรธ หลงให้กลับเป็นใจที่สงบเย็น บางเบาจากกิเลสคือ โลภ โกรธ หลง ที่เคยโลภมากก็ให้ลดลง เสียบ้าง ที่เคยโกรธแรงก็ให้โกรธเบาลงที่เคยหลงจัดก็ให้ พยายามใช้สติปัญญาให้ถูกต้อง ตามความจริงให้มากกว่าเดิมตนเอง จะเป็นผู้สงบเย็นก่อน ซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดความสงบเย็นกว้างขวางออกไปได้อย่างไม่ต้องลังเลสงสัย

 

ความทุกข์จะต้องมีอยู่ตราบที่กิเลสทั้งสามกองคือ โลภ โกรธ หลง ยังมีอยู่ กิเลสมีมากเพียงใดทุกข์มีมากเพียงนั้น เมื่อใดกิเลสสามกองหมดไปจากจิตใจอย่างสิ้นเชิงแล้วนั่นแหละความทุกข์จึงจะหมดไปอย่างสิ้นเชิงได้ จึงควรพยายามทำกิเลสให้หมดสิ้นให้จงได้ มีมานะพากเพียรใช้ปัญญาให้รอบคอบเต็มความสามารถให้ทุกเวลานาทีที่ทำได้แล้วจะเป็นผู้ชนะได้มีความสุขอย่างยิ่ง

 

เราทุกคนต้องการเป็นสุข ต้องการพ้นทุกข์แต่ไม่ปฏิบัติเพื่อความเป็นสุข เพื่อความสิ้นทุกข์ แล้วผลจะเกิดได้อย่างไร ความคิดร้อนเร่าต่างๆ อ้นเป็นเหตุให้เป็นทุกข์กันอยู่ในทุกวันนี้ล้วนเกิดจากกิเลสในใจเป็นเหตุสำคัญทั้งสิ้นกิเลสนั่นแหละเป็นเครื่องบัญชาให้ความคิดเป็นไปในทางก่อทุกข์ทุกประการ ถ้าไม่มีกิเลสพาให้เป็นไปแล้ว ความคิดจะไม่เป็นไปในทางก่อทุกข์เลย ความคิดจะเป็นไปเพื่อความสงบสุขของตนเอง ของส่วนรวม ตลอดจนถึงของชาติของโลก

 

ความสำคัญที่สุดอยู่ที่ว่าต้องพยายามทำความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นเสียก่อนว่ากิเลสทำให้เกิดทุกข์จริงคือกิเลสนี้แหละทำให้คิดไปในทางเป็นทุกข์ต่างๆ เมื่อยังกำจัดกิเลสไม่ได้จริงๆ ก็ต้องฝืนใจหยุดความคิดอันเต็มไปด้วยกิเลสเร่าร้อนเสียก่อน การหยุดความคิดที่เป็นโทษเป็นความร้อนนั้นทำได้ง่ายกว่าตัดรากถอนโคนกิเลส ฉะนั้นในขั้นแรกก่อนที่จะสามารถทำกิเลสให้สิ้นไปได้ ก็ให้ฝืนใจไม่คิดไปในทางเป็นทุกข์เป็นโทษให้ได้เป็นครั้งคราวก่อนก็ยังดี

 

อย่างเข้าข้างตัวเองผิดๆ ดูตัวเองให้เข้าใจ เมื่อโลภเกิดขึ้นให้รู้ว่ากำลังคิดโลภแล้วและหยุดความคิดนั้นเสียเมื่อโกรธเกิดขึ้นให้รู้ว่ากำลังคิดโกรธแล้วและหยุดความคิดนั้นเสีย เมื่อหลงให้รู้ว่ากำลังคิดหลงแล้วและหยุดความคิดนั้นเสีย หัดหยุดความคิดที่เป็นกิเลสเสียก่อนตั้งแต่บัดนี้เถิดจะเป็นการเริ่มฐานต่อต้านกำราบปราบทุกข์ให้สิ้นไปที่จะให้ผลจริงแท้แน่นอน

 

ความคิดของคนทุกคนแยกออกได้เป็นสอง อย่างหนึ่งคือ ความคิดที่เกิดด้วยอำนาจของกิเลสมีโลภโกรธหลงอีกอย่างหนึ่งคือความคิดที่พ้นจากอำนาจของความโลภ โกรธหลง ความคิดอย่างแรกเป็นเหตุให้ทุกข์ให้ร้อนความคิดอย่างหลังไม่เป็นเหตุให้ทุกข์ให้ร้อน

 

จะถือผู้ใดสิ่งใดเป็นครูได้ก็ต้องเมื่อผู้นั้นสอนความถูกต้องดีงามให้เท่านั้น ต้องไม่ถือผู้ที่สอนความไม่ถูกไม่งามเป็นครูโดยเด็ดขาด และที่ว่าต้องไม่ถือเป็นครูก็หมายความว่าต้องปฏิบัติตามที่ว่าให้ถือเป็นครู ก็คือให้ ปฏิบัติตาม

 

ทุกคนมีหน้าที่เป็นศิษย์ หน้าที่ของศิษย์ก็คือปฏิบัติตามครู อย่างให้ความเคารพ กล่าวได้ว่าให้เคารพและปฏิบัติตามคนดี แบบอย่างที่ดี รำลึกถึงคนดีและแบบอย่างที่ดีไว้เสมอ อย่างมีกตัญญูกตเวที คือรู้พระคุณท่านและตอบแทนพระคุณท่าน การตอบแทนก็คือทำตนเองให้ได้เหมือนครู นั่นเป็นถูกต้องสมควรที่สุด จะได้รับความสุขสวัสดีตลอดไป

 

ความดีหรือบุญกุศลเปรียบเหมือนแสงไฟ ผู้ทำบุญทำกุศลอยู่สม่ำเสมอเพียงพอแม้จะเหมือนไม่ได้รับผลของความดี และบางครั้งก็เหมือนทำดีไม่ได้ดี ทำดีได้ชั่วเสียด้วยซ้ำ เช่นนี้ก็เหมือนจุดไฟในท่ามกลางแสงสว่างยามกลางวันย่อมไม่ได้ประโยชน์จากแสงสว่างนั้น แต่ถ้าตกค่ำมีความมืดมาบดบังแสงสว่างนั้นย่อมปรากฏขจัดความมืดให้สิ้นไป สามารถแลเห็นอะไรๆ ได้เห็นอันตรายที่อาจมีอยู่ได้จึงย่อมสามารถหลีกพ้นอันตรายเสียได้ ส่วนผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตน เช่นไม่มีเทียนจุดอยู่ เมื่อถึงยามกลางคืนมีความมืดมิด ย่อมไม่อาจขจัดความมืดได้ ไม่อาจเห็นอันตรายได้ ไม่อาจหลีกพ้นอันตรายได้

 

ผู้ทำความดีเหมือนผู้มีแสงสว่างอยู่กับตัว ไปถึงที่มืดคือที่คับขัน ย่อมสามารถดำรงตนอยู่ได้ด้วยดีพอสมควรกับความดีที่ทำอยู่ ตรงกันข้ามกับผู้ไม่ได้ทำความดีซึ่งเหมือนกับผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตัว ขณะยังอยู่ในที่สว่างอยู่ในความสว่างก็ไม่ได้รับความเดือนร้อน แต่เมื่อใดตกไปอยู่ในที่มืดคือที่คับขันย่อมไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างสวัสดี ภัยอันตรายมาถึงก็ไม่รู้ไม่เห็น ไม่อาจหลีกพ้น คนทำดีไว้เสมอกันคนไม่ทำดีแตกต่างกันเช่นนี้ประการหนึ่ง

 

ติดตามการอบรมและกิจกรรมของเสมสิกขาลัย คลิกที่นี่

ค้นหา

ร่วมเป็นเพื่อนบ้าน

สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการ
เป็นเพื่อนบ้านกับเสมสิกขา่ลัย
สามารถคัดลอกโค้ดด้านล่างนี้
ได้เลยค่ะ

แบนเนอร์เสมสิกขาลัย

แล้วส่งโค้ดของคุณมาที่

semsikkha_ram@yahoo.com

กิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้น

.......................................................
20 พ.ค. 2012 - 20 พ.ค. 2012
รวมพลเพื่อนเสม "กลับทุกข์ กลับสุข"
.......................................................
10 มิ.ย. 2012 - 10 มิ.ย. 2012
ฟังด้วยหัวใจ
.......................................................
22 มิ.ย. 2012 - 24 มิ.ย. 2012
เผชิญความตายอย่างสงบ
.......................................................
13 ก.ค. 2012 - 15 ก.ค. 2012
ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน
.......................................................
27 ก.ค. 2012 - 29 ก.ค. 2012
ฝึกทักษะการจับประเด็น ขั้นต้น
.......................................................
18 ส.ค. 2012 - 19 ส.ค. 2012
การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น
.......................................................
25 ส.ค. 2012 - 25 ส.ค. 2012
รวมพลเพื่อนเสม "รวมพลคนจับประเด็น"
.......................................................
01 ก.ย. 2012 - 02 ก.ย. 2012
ง่ายงามในความธรรมดา : เส้นทางแห่งการฝึกตนของคนธรรมดา
.......................................................
28 ก.ย. 2012 - 30 ก.ย. 2012
เผชิญความตายอย่างสงบ
.......................................................
12 ต.ค. 2012 - 14 ต.ค. 2012
งาน พลังกลุ่ม และความสุข
.......................................................
26 ต.ค. 2012 - 28 ต.ค. 2012
ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน
.......................................................
10 พ.ย. 2012 - 11 พ.ย. 2012
การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น

ปฏิทินกิจกรรม

เดือนที่แล้ว พฤษภาคม 2012 เดือนหน้า
อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
week 18 1 2 3 4 5
week 19 6 7 8 9 10 11 12
week 20 13 14 15 16 17 18 19
week 21 20 21 22 23 24 25 26
week 22 27 28 29 30 31
Secured by Host Colorpack
Find us on Facebook
Follow Us