เกร็ดความรู้

พิมพ์

ชนใดไม่มีดนตรีกาล

เขียนโดย ไต้ ตามทาง.

ที่มา : http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3056

คัดลอกมาจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 29 คอลัมน์ ธรรมะใต้ธรรมาสน์ โดย ไต้ ตามทาง


 

ผมเป็นคนชอบฟังดนตรี ฟังเพลง จะเรียกว่าเป็นชีวิตจิตใจก็ว่าได้ ฟังเป็นอย่างเดียว แต่ร้องไม่เป็น ดนตรีก็ฟังอย่างเดียวเล่นไม่เป็น สิ่งหนึ่งที่ทำเป็นนิสัยก็คือ ฟังเพลงไปด้วยเขียนหนังสือหรืออ่านหนังสือไปด้วย เพื่อนบางคนว่าผมจะมีสมาธิแต่ที่ไหน แต่ผมมีสมาธิในการทำงานครับ ขณะเขียนหนังสือ (ที่จริงพิมพ์ดีด) ก็จดจ่ออยู่ที่เรื่องกำลังพิมพ์ พอละจากการพิมพ์ จิตใจก็จับอยู่ที่เสียงเพลง มันทำงานคนละจังหวะไม่ปนกัน

 

สมาธิ แปลว่า ความที่จิตมีอารมณ์ (Object) เป็นหนึ่ง ขณะพิมพ์หนังสือดีดต้นฉบับ ใจก็มีอารมณ์เป็นหนึ่งอยู่กับเรื่องที่พิมพ์ขณะฟังเพลงจิตก็เป็นหนึ่งกับเสียงเพลง

 

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า จิตที่พัฒนาแล้วจะต้องมีลักษณะอย่างใหญ่ๆ คือ

1) ลักษณะนุ่มนวล อ่อนโยน ซึ่งมีคุณธรรม เช่น ความเมตตา กรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นใจคนอื่นเป็นเครื่องสนับสนุน

2) ลักษณะแข็งแกร่ง ซึ่งมีคุณธรรม เช่น ขันติ (ความอดทน) สติ (ความยับยั้งใจ) ปัญญา (ความรู้ความเข้าใจโลกและชีวิต) เป็นเครื่องสนับสนุน

3) ลักษณะผ่อนคลาย ซึ่งมีคุณธรรม เช่น ปีติ (ความปลื้มใจ) สุข (ความสบายใจ) โสมนัส (ความดีใจ) เป็นเครื่องสนับสนุน

 

ดนตรีและเสียงเพลง นับเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้จิตใจมีความผ่อนคลาย สุขสบายหายเครียด พูดอีกนัยหนึ่งก็ว่า การฟังดนตรี การฟังเพลงเป็นประจำ ช่วยสร้างสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้ ขูดชำระความกระด้างสกปรกจากจิตใจได้ ดุจเดียวกับผงซักฟอกซักล้างเสื้อผ้าให้สะอาด ฉันใดก็ฉันนั้น เพราะเหตุนี้ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จึงพระราชนิพนธ์ไว้ว่า

 

ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดกบฏอัปลักษณ์

 

ดนตรีหรือเพลง ทำให้จิตใจผู้ฟังอ่อนโยน อ่อนหวาน มีอารมณ์สุนทรีย์ คลายเครียด เมื่อไม่เครียดทำงานอะไรก็ทำด้วยใจรัก มีความสุขในขณะที่ทำไม่รู้เบื่อ งานการที่ทำก็มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

อย่าว่าแต่คนเลย แม้สัตว์มันก็ชอบ เคยได้ฟังนิทานโคนันทวิศาล ตอนเด็กๆ ก็ไม่คิดอะไร พอโตมา มานั่งนึกว่าโคมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน มันได้ฟังคำพูดที่กรรโชกโฮกฮากจากเจ้าของ ถึงมันไม่เข้าใจ ?ความหมาย? ของคำที่พูด (ในนิทานว่ามันฟังรู้ แต่คงไม่รู้ดอก) แต่มันก็คงเดาออกว่าเป็นคำพูดที่ไม่มีแน่นอน มันจึงโกรธไม่ยอมทำตามที่คนเลี้ยงมันต้องการในที่สุดก็แพ้การพนัน แต่เมื่อเจ้าของพูดด้วยสำเนียงอ่อนหวานไพเราะ มันก็เต็มใจทำงานให้เต็มที่จนเจ้าของชนะการพนัน

 

นี่แค่คำพูดนะครับ ถ้าเป็นเพลงหรือหรือดนตรีเพราะๆ นันทวิศาลมันคงฟังเพลินมีความสุขใจ และเต็มใจทำงานให้เจ้านายมันแน่

 

ผมได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า เกษตรกรท่านหนึ่งมีความรู้แค่ประถมสี่ แต่แนวคิดในการพัฒนาการเกษตรของท่านผู้นี้ไม่ต่ำเลย คนจบปริญญายังคิดไม่ได้ดีเท่า

 

ท่านผู้นี้ชื่อ บุญศรี ปลาทอง จังหวัดอะไรข่าวไม่บอก เลี้ยงไก่ตอนแรกๆ ก็ได้ไข่ไม่มากนัก วันหนึ่งขณะที่แกถือวิทยุเดินฟังเพลงไปฝูงไก่ก็เดินตาม เงี่ยหูฟังเพลงไปด้วย แกก็ได้คิดว่า ?ไก่มันชอบฟังเพลงเหมือนกันแฮะ? ตั้งแต่นั้นมาจึงเอาวิทยุไปตั้งไว้ที่เล้าไก่ เปิดเพลงให้พวกมันฟังทุกวัน เพลินเลยเชียวแหละครับ

 

นายบุญศรีแกค้นพบว่า หลังจากได้ฟังเพลงเป็นประจำ ไม่นานนักไก่ออกไข่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นมานายบุญศรีจึงจัดสถานที่ฟังเพลงให้ไก่อย่างดี เลือกเพลงให้พวกมันฟัง บรรดาไก่ทั้งหลายต่างก็เป็นแฟนนักร้องลูกทุ่งลูกกรุงไปตามๆ กัน มีฝูงไก่มารุมล้อมวิทยุซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง ดูแล้วน่ารักจัง

 

ไก่ยังชอบฟังเพลง ฟังแล้วก็มีความสุข กินอาหารอย่างอร่อยกินอาหารดี สุขภาพดี ก็เลยออกไข่ได้มาก ทำให้นายบุญศรีคนเลี้ยงไก่ได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

นักสู้ชีวิตลองทำอย่างนี้ดูสิครับ หัดฟังเพลง ฟังดนตรี สร้างอารมณ์สุนทรีย์ในใจ บางทีอาจช่วยให้ท่านมีฉันทะในการทำงานได้อย่างมหัศจรรย์ยิ่งก็เป็นได้

    scroll back to top

    Location

    29/15 ถนนรามคำแหง ซอยรามคำแหง 21 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

    Contact

    โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
    โทรสาร 02-319 1856
    email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

    Opening Hours

    Mon-Fri | 9am-5pm
    Sat-Sun | closed

    Follow Us

    facebook-circle-300px twitter-circle-300px gplus-in-circle-300px