ที่มา : นิตยสาร Secret 2553 คอลัมน์ Power of Here and Now โดย อาจารย์ศุภวรรณ พิพัฒพรรณวงศ์

เมื่อวานนี้ไปดูภาพยนตร์ดังติดอันดับของฮอลลีวู้ดเรื่อง Inception มา
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ชื่อ นายค็อบ(Cobb) เขามีความสามารถเข้าไปในความคิดและความฝันของคนอื่นได้ จึงมีความทะเยอทะยานที่จะใช้ความสามารถพิเศษนี้เพื่องานที่ใหญ่โต นายค็อบได้เจอชายคนหนึ่ง เป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นซึ่งรู้ถึงความสามารถเรื่องการเข้าไปขโมยข้อมูลที่อยู่ในสมองของเขา จึงเสนอให้ทำงานใหญ่ชิ้นหนึ่งคือ ให้นายค็อบเอาความคิดไปใส่ไว้ในหัวลูกชายคู่แข่งทางธุรกิจพลังงานของเขาซึ่งกำลังป่วยหนักอยู่ เพื่อให้ลูกชายล้มเลิกความคิดที่จะสานต่องานของพ่อ เพราะจะทำให้คู่แข่งกลายเป็นเจ้าของธุรกิจทางด้านพลังงานส่วนใหญ่ของโลก ชื่อเรื่อง Inception เน้นข้อเท็จจริงในการเอาความคิดไปใส่ไว้ในจิตใต้สำจึกของคนมากกว่าที่จะขโมยข้อมูลจากจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นชั้นเชิงที่เหนือกว่ามาก เพราะหมายถึงการสร้างเงื่อนไขให้คู่กรณีของเราตัดสินใจในสิ่งที่เราต้องการให้เขาทำจริงๆ

ความคิดหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพียงเท่านี้ ซึ่งฮอลลีวู้ดเอามาสร้างรายละเอียดตามสไตล์ โดยเอาคนทำงานทั้งทีมมาทำให้นอนหลับสนิทโดยใช้ยานอนหลับช่วย แล้วให้ทุกคนเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันเดียวกันหมด แม้โลกแห่งความฝันก็จะมีสถาปนิกออกแบบโลกแห่งความฝันนั้นๆ และมีการปฏิบัติการทุกอย่างเหมือนกำลังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ความซับซ้อนอยู่ที่การทำฝันซ้อนฝันซ้อนฝันถึง 4 ชั้น เพื่อให้งานที่ต้องการทำใกล้ความสำเร็จมากขึ้นนายค็อบจะมีลูกข่างเล็กๆ (เป็นของภรรยา) ซึ่งเขาจะนำมาหมุนเพื่อจะได้รู้ว่า ขณะนั้นกำลังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง (ลูกข่างล้ม) หรือโลกแห่งความฝัน (ลูกข่างหมุนตลอด)

สาเหตุที่ต้องการพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อต้องการเข้าไปอ่านความคิดของคนยุคนี้(คงไม่ต่างจากนายค็อบ) ว่าคิดอะไร อย่างไร ซับซ้อนแค่ไหน และที่สำคัญคือ เป็นความคิดที่ห่างไกลสัจธรรมอันสูงสุดหรือพระนิพพานแค่ไหน ซึ่งภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะเรื่องดังๆ ที่ทำเงินมากมายนั้น ย่อมมีผลต่อคนดูนับล้านๆ ทั่วโลก ไม่ต่างจากการเอาความคิดไปเพาะไว้ในหัวคนดู และสร้างเงื่อนไขในการคิดและการตัดสินใจของคน อันเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคมต่างๆ รวมถึงอาชญากรรมของยุคนี้ ตรงกับคำคมที่ใช้ดึงดูดให้คนมาดูหนังเรื่องนี้คือ Your mind is the scene of the crime! เป็นคำคมที่ซ่อนความหมายของ "สาเหตุแห่งทุกข์" (สมุทัย) ในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง จิตใจของมนุษย์เป็นสถานที่ที่ก่ออาชญากรรม เพราะทุกคนล้วนมีกิเลสที่ซ่อนมากับความคิด(เจอร์รี่)ทั้งสิ้น ฉะนั้นการดูภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยการใช้ความรุนแรงนั้น เด็กๆ จะเห็นเรื่องการฆ่าคนเป็นเรื่องธรรมดา เพราะดูในหนังจนชินตา เกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ก็มักวนเวียนอยู่กับการ "หัดฆ่า" ล้วนเป็นการรับเจอร์รี่เข้ามาในจิตใจทั้งสิ้น

ความสัมพันธ์ระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายในของเรานั้น เป็นวงจรของการรีไซเคิลกลับไปกลับมาระหว่างสองโลกที่เกิดขึ้นเองอย่างครบวงจร นั่นคือข้อมูลต่างๆ ที่เรารับรู้จากโลกภายนอก อันคือ ภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส (เรียกรวมว่า รูป) จะเดินทางผ่านเข้ามาทางสะพานตา หู จมูก ลิ้น กาย และกลายมาเป็นความคิด ความจำ ความรู้สึก (เจอร์รี่ ซึ่งเป็นนาม) เจอร์รี่ในหัวของมนุษย์ก็จะมาทำปฏิกิริยากับอวิชชาหรือวิชชาในหัวในใจของแต่ละคน หากใครรู้เรื่องธรรมมีศีลมีธรรมที่เข้มข้น และรู้จัก "เส้นปกติของชีวิตที่แท้จริง" ก็จะสามารถแยกแยะได้ว่า เจอร์รี่ที่รับเข้ามาเป็นเจอร์รี่ขาว เจอร์รี่ดำ หรือเจอร์รี่ใส ที่ควรหรือไม่ควรข้องแวะ สามารถแยกแยะของจริงออกจากของปลอมและความดีจากความชั่ว จึงสามารถลบข้อมูลอันเป็นอธรรม (เจอร์รี่ดำ) ออกจากหัวของตนได้ แต่หากข้อมูลอันเป็นเจอร์รี่ดำเข้ามาในหัวในใจของคนที่มีอวิชชาเต็มตัว ไม่รู้เรื่อง "เส้นปกติของชีวิต" ห่างไกลศีลธรรม ข้อมูลดำๆ ที่รับเข้ามาเหล่านี้ก็จะถูกเก็บไว้ในกล่องความทรงจำ (สัญญา)
เมื่อมีปัญหาชีวิต มีความกดดัน เป็นทุกข์ หาทางออกไม่ได้ ประจวบกับไม่มีศีลธรรมเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งแล้วละก็ ข้อมูลอันเป็นการคิดและการตัดสินใจของปัจจุบัน (สังขาร) ซึ่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดก็ได้ให้ทางออกในเรื่องการฉ้อฉล คดโกง หลอกลวง ตลอดจนการใช้ความรุนแรงถึงการเข่นฆ่าเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
คนที่ไม่รู้เรื่องนิพพานหรือเส้นปกติของชีวิตย่อมเข้าใจผิดว่าเหตุการณ์ที่ตนเห็นบนจอเป็นเรื่องไม่น่าเสียหายแต่อย่างใด เพราะถูกทำให้เป็นเรื่องเท่ เก๋ไก๋ อลังการ
ข้อมูลที่อยู่ในโลกแห่งความฝัน (มายา) พวกนี้ ก็จะเข้ามามีปฏิกิริยาโดยตรงกับการคิดและการตัดสินใจของคนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง(สังขารเริ่มทำงาน) จึงมีผลโดยตรงในการหล่อหลอมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนในยุคนี้ ตั้งแต่การใช้ชีวิตที่บริโภคทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยตามแบบ American Dream ที่ฮอลลีวู้ดเป็นสื่อในการสร้างมาตรฐานชีวิตที่จอมปลอมนี้ ทำให้เกิดการหาเงินด้วยวิธีการฉ้อฉลต่างๆ ก่อให้เกิดอาชญากรรมข้ามประเทศที่ทำอย่างเป็นระบบ ถึงขั้นมีอุตสาหกรรมขายมนุษย์ รวมถึงการใช้ความรุนแรงจนถึงขนาดฆ่าแกงกันเมื่อไม่ได้สิ่งต่างๆ ดังใจหวัง ซึ่งหากทำเป็นวงจรก็จะเห็นความคิดรีไซเคิลได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาทางอายตนะ > ความคิด (เจอร์รี) > ตัดสินใจตามข้อมูลในความคิด > พูด กระทำ > เกิดเหตุการณ์ในโลกภายนอก > ข้อมูลเข้ามาทางอายตนะ
จุดสำคัญที่ดิฉันต้องการเน้นจากการดูภาพยนตร์เรื่อง Inception คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นความสำคัญของการเข้าไปในโลกแห่งความฝันมากกว่าเน้นให้เห็นความสำคัญของการอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง (The Real World) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องเมทริกซ์ (Metrix) แล้ว เรื่องเมทริกซ์ให้ข้อมูลที่ดีกว่าและชัดเจนกว่าเรื่อง Inception มาก
เรื่องเมทริกซ์พูดถึงความสำคัญของโลกแห่งความเป็นจริง และชี้โทษของการอยู่ในโลกมายา (The Metrix World) ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของพูทธศาสนาเช่นกัน พระนิพพานเป็นสภาวะเดียวกับสัจธรรมอันสูงสุดหรือโลกแห่งความเป็นจริง (ผัสสะบริสุทธิ์) ในขณะที่โลกแห่งมายาหรือเมทริกซ์ก็คือโลกที่ติดอยู่ในความคิด (โลกสมมุติ) ดิฉันพูดเสมอว่า "ติดความคิดคือติดมายา" ตราบใดที่มีการใช้ความคิด (เจอร์รี่) ตราบนั้น ผู้คิดต้องเข้าไปอยู่ในโลกมายาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กลับมาสู่เรื่อง Inception เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ชี้ให้เห็นความซับซ้อนอย่างมากมายของผู้คิดที่จะต้องมีผลต่อคนดูภาพยนตร์อย่างแน่นอน คนที่ไม่รู้เรื่องนิพพานหรือผัสสะบริสุทธิ์ ก็เหมือนการไม่รู้โลกแห่งความเป็นจริง แม้ไม่ต้องพูดเรื่องโลกแห่งความฝันแบบหลับตาและกำลังอยู่ในโลกที่ตนคิดว่าจริงแล้ว เพราะเห็นได้ ฟังได้ รับรู้กลิ่น ชิมรส และสัมผัสได้จริงๆ แต่หากรับรู้ข้อมูลของโลกภายนอกโดยผ่านความคิด (เจอร์รี่) ในหัวแล้ว มันก็กลายเป็นการรับรู้โลกมายาไปโดยปริยาย
การฝึกสติปัฏฐาน 4 ก็เพื่อต้องการเอาเจอร์รี่ (ที่มักพ่วงเอากิเลสหลากหลายชนิดมาด้วย) ออกจากหัวของเรา เพื่อจะได้มองโลกภายนอกอันมีภาพ เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่างบริสุทธิ์จริงๆ คือรับรู้โดยไม่มีเสียงของเจอร์รี่ในหัวที่เรียกชื่อสิ่งต่างๆ เมื่อนั้นก็จะได้สัมผัสกับโลกแห่งความจริง ซึ่งเป็นโลกเดียวกับการอยู่กับที่นี่ เดี๋ยวนี้ หรือนิพพานแล้ว
ฉะนั้นจะเห็นว่า แม้เพียงทำให้โลกที่เราเห็นเบื้องหน้ากลายเป็นโลกแห่งความจริง หรืออยู่ในโลกของที่นี่ เดี๋ยวนี้ ก็ยากพอสมควรแล้ว เพราะหมายถึงต้องมีการปฏิบัติสติปัฏฐานอย่างเอาจริงเอาจัง ต้องต่อสู้กับกิเลสภายในมากมายที่มากับเจอร์รี่ (ความคิด) จนเกิดปัญญารู้ว่าการรับรู้อย่างผัสสะบริสุทธิ์เป็นพระนิพพาน ซึ่งยากมากจนถึงกับต้องเวียนว่ายตายเกิดมานานนับอเนกชาติ เพื่อว่าชาติหนึ่งจะได้พบ "ผู้รู้จริง" ที่จะมาชี้ทางไป "โลกแห่งความจริง" ให้เราได้ แต่ภาพยนตร์เรื่อง Inception กลับเน้นความสำคัญของโลกมายาหรือโลกแห่งความฝัน และยังเพิ่มความซับซ้อนโดยการเจาะลึกเข้าไปในโลกแห่งความฝัน เป็นฝันซ้อนฝันอีกหลายตลบเช่นนี้ ก็เท่ากับยิ่งเดินห่างไกลจากโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น

จึงขอฝากข้อคิดจากภาพยนตร์เรื่องนี้ให้คนไทย ขอให้ดูภาพยนตร์เรื่อง Inception แบบสนุกๆ เหมือนภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่ประสบความสำเร็จ เพราะสร้างฉากที่น่าตื่นเต้นได้ดี แต่ในส่วนเนื้อหานั้นขออย่าไปตื่นเต้นหวือหวากับความคิดแนวนี้มากเกินไป
หากใครที่สนใจอยากรู้จักโลกแห่งความเป็นจริง (The Real World) แล้วละก็ ขอให้รู้ว่ามันเป็นสภาวะเดียวกับพระนิพพาน ผัสสสะบริสุทธิ์ หรือ "ที่นี่ เดี๋ยวนี้" ซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนเรื่องสติปัฏฐาน 4 วิปัสสนา หรือพาตัวใจกลับบ้าน เมื่อเข้าถึงบ้านที่ 4 หรือรับผัสสะบริสุทธิ์ได้แล้ว นั่นคือการได้กลับมาสู่ "โลกแห่งความจริง" แล้ว
ค้นหา
กิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้น
| ....................................................... 20 พ.ค. 2012 - 20 พ.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "กลับทุกข์ กลับสุข" |
| ....................................................... 10 มิ.ย. 2012 - 10 มิ.ย. 2012 ฟังด้วยหัวใจ |
| ....................................................... 22 มิ.ย. 2012 - 24 มิ.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 13 ก.ค. 2012 - 15 ก.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 27 ก.ค. 2012 - 29 ก.ค. 2012 ฝึกทักษะการจับประเด็น ขั้นต้น |
| ....................................................... 18 ส.ค. 2012 - 19 ส.ค. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
| ....................................................... 25 ส.ค. 2012 - 25 ส.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "รวมพลคนจับประเด็น" |
| ....................................................... 01 ก.ย. 2012 - 02 ก.ย. 2012 ง่ายงามในความธรรมดา : เส้นทางแห่งการฝึกตนของคนธรรมดา |
| ....................................................... 28 ก.ย. 2012 - 30 ก.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 12 ต.ค. 2012 - 14 ต.ค. 2012 งาน พลังกลุ่ม และความสุข |
| ....................................................... 26 ต.ค. 2012 - 28 ต.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 10 พ.ย. 2012 - 11 พ.ย. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
















