ขบวนการชาวพุทธใหม่ในอินเดีย เกิดขึ้น โดย ดร.อัมเบดการ์ ผู้มีคุณูปการต่อพุทธศาสนาในอินเดีย เกิดในวรรณะจัณฑาล ในเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฎร์ ท่านเกิดมาจากสังคมอันต่ำต้อย ต่อสู้เพื่อลบล้างความอยุติธรรมในสังคมฮินดู ศาสนาที่มีการกดขี่เหยียดหยามทางวรรณะ ท่านทำให้คนจัณฑาลรู้จักเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2499 ที่เมืองนาคปุระ ท่านเป็นผู้นำนำชาวพุทธกว่า 5 แสนคน ประกาศตนเป็น พุทธมามกะ เป็นชาวพุทธที่ไม่มีการกดขี่เหยียดย่ำความเป็นมนุษย์ มีอิสรเสรีภาพเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นจัณฑาลอีกต่อไป เหตุที่ท่านใช้เมืองนาคปุระเป็นที่ประกาศตน ท่านได้ให้เหตุผลว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่พวกนาคตั้งหลักแหล่งอยู่ ผู้ที่ทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตอนแรกๆ นอกจากพระสงฆ์แล้วคือชนเผ่านาค ซึ่งถูกพวกอารยันกดขี่ข่มเหง ต่อมาพวกนาคได้เจอพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมจนเกิดความเลื่อมใส จึงปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธและช่วยเผยแผ่พุทธศาสนา ดร.อัมเบดการ์ เสียชีวิต ในวันที่ 6 ธันวาคม 2499 หลังจากปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะได้เพียง 3 เดือน ประเทศอินเดียยกย่อง ดร.อัมเบดการ์ เทียบเท่าท่านมหาตมะ คานธี เราจะพบเห็นรูปปั้นของดร.อัมเบดการ์ อยู่ทั่วไปในรัฐมหาราษฎร์
หมู่บ้านเสวคราม เป็นหมู่บ้านแห่งแรกที่มหาตมะ คานธี มาตั้งอาศรมอยู่ ร่วมรำลึกถึงกระบวนการต่อสู้ของมหาตมะ คานธี หมู่บ้านเปานาร์ เป็นหมู่บ้านที่ ท่านวิโนพา ภเว สาวกใกล้ชิดของท่านคานธี มาใช้ชีวิตและเสียชีวิตลง ท่านวิโนพา ภเว เป็นผู้รณรงค์ให้เจ้าของที่ดินยกที่ดินบางส่วนให้แรงงานที่ไม่มีที่ดินทำกิน
เมืองออรังกาบาด ดินแดนที่ถูกขนานนามตามชื่อ กษัตริย์ของราชวงศ์โมกุล ท่านออรังเซป ได้สถาปนาเมืองนี้เป็นเมืองหลวงและเป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทางไปสู่ศาสนสถานที่เป็นมรดกโลกทั้ง 2 แห่ง คือหมู่ถ้ำอชันตาและเอลโลรา นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณที่สำคัญอีกมากมาย
ถ้ำอชันตา สร้างขึ้นก่อนศตวรรษที่20 นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้คนในยุคนั้นเลือกวิธีการสร้างศาสนสถานอย่างวิจิตรพิสดาร โดยการเจาะหน้าผาจำหลักเนื้อหินเข้าไปเป็นคูหาใหญ่น้อย แล้วมีการแกะสลัก จำหลักรูปประติมากรรมต่างๆจากหินเนื้อเดียวกัน เขียนรูปลงสีเป็นภาพจิตรกรรม ที่ได้ชื่อว่างดงามมหัศจรรย์และคงทนมาถึงปัจจุบัน ถ้ำอชันตา มีจำนวน 30 ห้อง ซึ่งรวมทั้งห้องที่ยังไม่เสร็จสมบรูณ์ ท่านจะได้ใช้เวลาทั้งวันดื่มด่ำกับความงามอันอัศจรรย์และร่วมภาวนาเพื่อระลึกถึงพลังแห่งศรัทธา
ถ้ำเอลโลรา เป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ของ 3 ศาสนาในอินเดีย ประกอบด้วยถ้ำทั้งหมด 34 คูหา ถ้ำหมายเลข 1 12 เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข 14 16 เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ถ้ำหมายเลข 30 32 เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดเจาะเข้าไปในภูผาเมื่อก่อนศตวรรษที่ 10 เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการแกะสลักมหาวิหารทั้งหลังจากศิลาก้อนมหึมาทั้งก้อน หมู่ถ้ำเอลโลราแห่งนี้สลักเสลาขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ ท่านจะตลึงลานกับพลังอันมหัศจรรย์ของมนุษย์ที่สามารถสร้างมหาวิหารไกรลาส เทววิมานแห่งพระศิวะในศาสนาฮินดู
นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาดถ้ำทั้งสอง หนึ่งในสถานที่ที่ควรไปเห็นก่อนตาย
บีบีกา มักบารา BIBI KA MAQBARA อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่เจ้าชาย อซัม ชาห์ พระโอรสของพระเจ้าออรังเซป ทรงสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระมารดาคือพระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1651-1661 ซึ่งเรียกกันว่า มินิทัชมาฮาล แห่งเดคคาน ชมความงามของสถาปัตยกรรมในสมัยโมกุล
ป้อมปราการเดาลาตาบาด DAULATABAD ป้อมเก่าแก่ดั้งเดิมรอบภูเขาดัลคีรีสร้างขึ้นในศตวรรษที่12 การก่อสร้างได้เจาะภูเขาเข้าไปและยอดของหอคอยป้อมไปโผล่บนยอดเขามีวิวที่สวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีปืนใหญ่ซึ่งแกะสลักจารึกสัญลักษณ์ตั้งไว้ทุกทิศซึ่งมีหัวเป็นรูปแกะ
บอมเบย์ หรือมุมไบ
ชื่อ มุมไบ มาจากชื่อมุมบาเทวีซึ่งเป็นเทพที่ชาวบ้านแถบนี้นับถือบูชากัน ชาวโปรตุเกสกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งชุมชนขึ้นในเขตนี้เรียกที่นี่ว่า บองไบอิง แปลว่า อ่าวที่ดี มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดได้ทั้งคนรวยและคนจน
ประตูสู่อินเดีย GATEWAY OF INDIAประตูนี้รัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษสร้างขึ้นในปี1911 เพื่อรับเสด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อประกอบพิธีราชาภิเษกเป็น จักรพรรดิแห่งอินเดีย และจุดนี้เองก็เป็นจุดสิ้นสุดการเป็นอาณานิคมของอินเดีย เพราะทหารอังกฤษคนสุดท้าย ก้าวลงเรือกลับประเทศตรงนี้ในตอนที่อินเดียประกาศเอกราช
เกาะช้าง Elephanta Island ห่างจาก GATEWAY ประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ชื่อเกาะนี้มาจากเหตุการณ์ในปี 1814 มีก้อนหินขนาดมหึมารูปช้างอยู่ใกล้แม่น้ำได้พังลงมา แต่หลังจากนั้นก็มีการนำกลับไปประกอบไว้เหมือนเดิม
ถ้ำเอเลแฟนต้า Elephanta Cave สถานที่ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็น1ในมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ราว 1,500 ปี มาแล้ว กษัตริย์ราชวงศ์ไตรกูฏกะ ผู้ปกครองดินแดนที่ราบสูงเดคคานตะวันตกของอินเดีย ได้สร้างถ้ำแห่งนี้ขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองที่ได้รับชัยชนะจากการรบและเพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายต่อเทพที่ท่านทรงศรัทธา ประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือรูป มเหศวรมูรติ หรือ พระตรีมูรติ เป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ ที่รวมเทพทั้ง 3 ไว้ในพระองค์คือ พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ อาจกล่าวได้ว่าพระตรีมูรติ มีพลังของเทพเจ้าทั้งสามในรูปเดียว เชื่อกันว่าหากขอพรพระตรีมูรติจะมีความหมายแสดงถึงความอุดมสมบรูณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน ท่านจะได้สัมผัสกับความงามอันมหัศจรรย์และมีมนต์ขลังภายในถ้ำใหญ่และองค์พระพิฆเณศรในถ้ำเล็ก
พิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์ PRINCE OF WALES MUSEUM :ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆที่ค้นพบ เช่นเรื่องราวทางพุทธประวัติ ภาพแกะสลักต่างๆ
พิพิธภัณฑ์คานธี GANDHI MUSEUM ท่านจะได้ชมห้องทำงาน ห้องนอน และของใช้ต่างๆของท่าน แม้แต่ภาพที่ท่านสิ้นลมหายใจสุดท้ายจากกระสุนปืน
ถ้ำกัณเหรี อีกหนึ่งถ้ำหินเจาะที่มีความสำคัญ ห่างจากบอมเบย์ราว 45 กิโลเมตร อยู่ใน อุทยานแห่งชาติโบลิว่า ถ้ำกัณเหรีมีทั้งหมด 109 คูหาสร้างขึ้นก่อนศตวรรษที่1เสร็จสิ้นในศตวรรษที่9 ในยุคนั้นพระสงฆ์ใช้ถ้ำนี้เป็นที่พักอาศัย สถานที่เรียน ทำสมาธิภาวนาและประกอบพิธีกรรม |