[ กลับหน้าแรก | กลับหน้า กิจกรรม ]

[ มกราคม+กุมภาพันธ์ | มีนาคม+เมษายน | พฤษภาคม+มิถุนายน | กรกฎาคม+สิงหาคม | กันยายน+ตุลาคม | พฤศจิกายน+ธันวาคม 2550 ]

 
ย้อนรอย ถิ่นของมหาบุรุษแห่งอินเดีย มหาตมะคานธี และดร. อัมเบดการ์
 
ข้อมูลเบื้องต้น
ช่วงเวลาที่จัด ระหว่างวันที่ 7-18 ตุลาคม 2551
สถานที่ ประเทศอินเดีย
วิทยากร ประมวล เพ็งจันทร์
บริจาคร่วมกิจกรรม

ค่าลงทะเบียน 53,000 บาท รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนให้แก่โครงการ The Jambuduvipa Trust โครงการที่ทำงานเพื่อคนจัณฑาลในอินเดีย (www. Jambuduvipa.org)

อัตรานี้รวม

  1. ค่า ตั๋วเครื่อง ไป – กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว (กรุงเทพ–นาคปุระ - บอมเบย์)
  2. ค่าที่พัก (ห้องละ 2 ท่าน) กรณีต้องการพักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม 9,000 บาท
  3. ค่าพาหนะระหว่างนำเที่ยว ค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุในรายการ
  4. ค่าวีซ่า (สำหรับหนังสือเดินทางไทย)
  5. ค่าประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ วงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท

วิธีการชำระค่าลงทะเบียน แบ่งเป็น 2 งวด

  • งวดแรก เงินมัดจำ 5,000 บาท สำหรับการจอง
  • งวดสอง ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 20 วันทำการ
จำนวนรับสมัคร จำนวน 20 ท่าน ดาวน์โหลดใบสมัคร
สอบถามเพิ่มเติม

อาภาภร คำเจริญ (085) 215 4977 อัจฉรา เกียรติประไพ (084) 668 3009
ashram@semsikkha.org  หรือ  training@semsikkha.org

 
ความนำ

เสมสิกขาลัย ขอชิญท่านร่วมเดินทางย้อนรอย ถิ่นของมหาบุรุษแห่งอินเดีย สัมผัมความมหัศจรรย์ด้วยพลังแห่งศรัธทาเนรมิตถ้ำหินสุดวิจิตรตระการตา สู่ผลพวงที่มนุษย์สร้างในปัจจุบัน ...สลัมบอมย์ เดินทางร่วมกับอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ นักเดินทางผู้มุ่งสู่การละวางจากตัวตน เพื่อไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่แท้กรุงเทพฯ-นาคปุระ-ออรังกาบาด-อชันตา-เอลโลรา-บอมเบย์

 
สถานที่เยี่ยมชม

ขบวนการชาวพุทธใหม่ในอินเดีย เกิดขึ้น โดย ดร.อัมเบดการ์ ผู้มีคุณูปการต่อพุทธศาสนาในอินเดีย เกิดในวรรณะจัณฑาล ในเมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฎร์ ท่านเกิดมาจากสังคมอันต่ำต้อย ต่อสู้เพื่อลบล้างความอยุติธรรมในสังคมฮินดู ศาสนาที่มีการกดขี่เหยียดหยามทางวรรณะ ท่านทำให้คนจัณฑาลรู้จักเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2499 ที่เมืองนาคปุระ ท่านเป็นผู้นำนำชาวพุทธกว่า 5 แสนคน ประกาศตนเป็น พุทธมามกะ เป็นชาวพุทธที่ไม่มีการกดขี่เหยียดย่ำความเป็นมนุษย์ มีอิสรเสรีภาพเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นจัณฑาลอีกต่อไป เหตุที่ท่านใช้เมืองนาคปุระเป็นที่ประกาศตน ท่านได้ให้เหตุผลว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่พวกนาคตั้งหลักแหล่งอยู่ ผู้ที่ทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตอนแรกๆ นอกจากพระสงฆ์แล้วคือชนเผ่านาค ซึ่งถูกพวกอารยันกดขี่ข่มเหง ต่อมาพวกนาคได้เจอพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมจนเกิดความเลื่อมใส จึงปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธและช่วยเผยแผ่พุทธศาสนา ดร.อัมเบดการ์ เสียชีวิต ในวันที่ 6 ธันวาคม 2499 หลังจากปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะได้เพียง 3 เดือน ประเทศอินเดียยกย่อง ดร.อัมเบดการ์ เทียบเท่าท่านมหาตมะ คานธี เราจะพบเห็นรูปปั้นของดร.อัมเบดการ์ อยู่ทั่วไปในรัฐมหาราษฎร์

หมู่บ้านเสวคราม เป็นหมู่บ้านแห่งแรกที่มหาตมะ คานธี มาตั้งอาศรมอยู่ ร่วมรำลึกถึงกระบวนการต่อสู้ของมหาตมะ คานธี หมู่บ้านเปานาร์ เป็นหมู่บ้านที่ ท่านวิโนพา ภเว สาวกใกล้ชิดของท่านคานธี มาใช้ชีวิตและเสียชีวิตลง ท่านวิโนพา ภเว เป็นผู้รณรงค์ให้เจ้าของที่ดินยกที่ดินบางส่วนให้แรงงานที่ไม่มีที่ดินทำกิน

เมืองออรังกาบาด ดินแดนที่ถูกขนานนามตามชื่อ               กษัตริย์ของราชวงศ์โมกุล ท่านออรังเซป ได้สถาปนาเมืองนี้เป็นเมืองหลวงและเป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทางไปสู่ศาสนสถานที่เป็นมรดกโลกทั้ง 2 แห่ง คือหมู่ถ้ำอชันตาและเอลโลรา นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณที่สำคัญอีกมากมาย
ถ้ำอชันตา สร้างขึ้นก่อนศตวรรษที่20 นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ผู้คนในยุคนั้นเลือกวิธีการสร้างศาสนสถานอย่างวิจิตรพิสดาร โดยการเจาะหน้าผาจำหลักเนื้อหินเข้าไปเป็นคูหาใหญ่น้อย แล้วมีการแกะสลัก จำหลักรูปประติมากรรมต่างๆจากหินเนื้อเดียวกัน เขียนรูปลงสีเป็นภาพจิตรกรรม ที่ได้ชื่อว่างดงามมหัศจรรย์และคงทนมาถึงปัจจุบัน ถ้ำอชันตา มีจำนวน 30 ห้อง ซึ่งรวมทั้งห้องที่ยังไม่เสร็จสมบรูณ์ ท่านจะได้ใช้เวลาทั้งวันดื่มด่ำกับความงามอันอัศจรรย์และร่วมภาวนาเพื่อระลึกถึงพลังแห่งศรัทธา

ถ้ำเอลโลรา เป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ของ 3 ศาสนาในอินเดีย ประกอบด้วยถ้ำทั้งหมด 34 คูหา ถ้ำหมายเลข 1 – 12 เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข 14 – 16 เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ถ้ำหมายเลข 30 – 32 เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน หมู่ถ้ำเหล่านี้ถูกขุดเจาะเข้าไปในภูผาเมื่อก่อนศตวรรษที่ 10 เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการแกะสลักมหาวิหารทั้งหลังจากศิลาก้อนมหึมาทั้งก้อน หมู่ถ้ำเอลโลราแห่งนี้สลักเสลาขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ ท่านจะตลึงลานกับพลังอันมหัศจรรย์ของมนุษย์ที่สามารถสร้างมหาวิหารไกรลาส เทววิมานแห่งพระศิวะในศาสนาฮินดู
นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาดถ้ำทั้งสอง “ หนึ่งในสถานที่ที่ควรไปเห็นก่อนตาย ”

บีบีกา มักบารา BIBI KA MAQBARA อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่เจ้าชาย อซัม ชาห์ พระโอรสของพระเจ้าออรังเซป ทรงสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระมารดาคือพระนาง บีกัมราเบีย อุเด ดาราณี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1651-1661 ซึ่งเรียกกันว่า มินิทัชมาฮาล แห่งเดคคาน ชมความงามของสถาปัตยกรรมในสมัยโมกุล

ป้อมปราการเดาลาตาบาด DAULATABAD ป้อมเก่าแก่ดั้งเดิมรอบภูเขาดัลคีรีสร้างขึ้นในศตวรรษที่12 การก่อสร้างได้เจาะภูเขาเข้าไปและยอดของหอคอยป้อมไปโผล่บนยอดเขามีวิวที่สวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีปืนใหญ่ซึ่งแกะสลักจารึกสัญลักษณ์ตั้งไว้ทุกทิศซึ่งมีหัวเป็นรูปแกะ

 บอมเบย์ หรือมุมไบ
ชื่อ “มุมไบ” มาจากชื่อมุมบาเทวีซึ่งเป็นเทพที่ชาวบ้านแถบนี้นับถือบูชากัน ชาวโปรตุเกสกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งชุมชนขึ้นในเขตนี้เรียกที่นี่ว่า “บองไบอิง” แปลว่า อ่าวที่ดี มีทะเลอาระเบียนโอบล้อมอยู่สามด้าน เป็นศูนย์กลางการค้าพาณิชย์ของอินเดีย จึงดึงดูดได้ทั้งคนรวยและคนจน

ประตูสู่อินเดีย GATEWAY OF INDIAประตูนี้รัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษสร้างขึ้นในปี1911 เพื่อรับเสด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อประกอบพิธีราชาภิเษกเป็น “จักรพรรดิแห่งอินเดีย “ และจุดนี้เองก็เป็นจุดสิ้นสุดการเป็นอาณานิคมของอินเดีย เพราะทหารอังกฤษคนสุดท้าย ก้าวลงเรือกลับประเทศตรงนี้ในตอนที่อินเดียประกาศเอกราช   

เกาะช้าง Elephanta Island ห่างจาก GATEWAY ประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ชื่อเกาะนี้มาจากเหตุการณ์ในปี 1814 มีก้อนหินขนาดมหึมารูปช้างอยู่ใกล้แม่น้ำได้พังลงมา แต่หลังจากนั้นก็มีการนำกลับไปประกอบไว้เหมือนเดิม

ถ้ำเอเลแฟนต้า Elephanta Cave   สถานที่ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็น1ในมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ราว 1,500 ปี มาแล้ว กษัตริย์ราชวงศ์ไตรกูฏกะ ผู้ปกครองดินแดนที่ราบสูงเดคคานตะวันตกของอินเดีย ได้สร้างถ้ำแห่งนี้ขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองที่ได้รับชัยชนะจากการรบและเพื่อเป็นเทวสถานอุทิศถวายต่อเทพที่ท่านทรงศรัทธา ประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือรูป มเหศวรมูรติ หรือ พระตรีมูรติ เป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ ที่รวมเทพทั้ง 3 ไว้ในพระองค์คือ พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ อาจกล่าวได้ว่าพระตรีมูรติ มีพลังของเทพเจ้าทั้งสามในรูปเดียว เชื่อกันว่าหากขอพรพระตรีมูรติจะมีความหมายแสดงถึงความอุดมสมบรูณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน ท่านจะได้สัมผัสกับความงามอันมหัศจรรย์และมีมนต์ขลังภายในถ้ำใหญ่และองค์พระพิฆเณศรในถ้ำเล็ก

พิพิธภัณฑ์แห่งเวลล์ PRINCE OF WALES MUSEUM :ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย เป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุต่างๆที่ค้นพบ เช่นเรื่องราวทางพุทธประวัติ ภาพแกะสลักต่างๆ              

พิพิธภัณฑ์คานธี GANDHI MUSEUM ท่านจะได้ชมห้องทำงาน ห้องนอน และของใช้ต่างๆของท่าน แม้แต่ภาพที่ท่านสิ้นลมหายใจสุดท้ายจากกระสุนปืน

ถ้ำกัณเหรี อีกหนึ่งถ้ำหินเจาะที่มีความสำคัญ ห่างจากบอมเบย์ราว 45 กิโลเมตร อยู่ใน อุทยานแห่งชาติโบลิว่า ถ้ำกัณเหรีมีทั้งหมด 109 คูหาสร้างขึ้นก่อนศตวรรษที่1เสร็จสิ้นในศตวรรษที่9 ในยุคนั้นพระสงฆ์ใช้ถ้ำนี้เป็นที่พักอาศัย สถานที่เรียน ทำสมาธิภาวนาและประกอบพิธีกรรม

 
ตารางกิจกรรม
7 ต.ค. 2551 15.45น.ออกเดินทางจากกรุงเทพถึงเมืองนาคปุระ เวลา 17.50 น.      
8 ต.ค. 2551 นาคปุระ ศูนย์กลางพุทธศาสนิกชนในอินเดีย      
เช้า รับฟัง การเกิดขบวนการชาวพุทธใหม่ในอินเดีย และ  งานของThe Jambuduvipa Trust โครงการที่ทำงานเพื่อคนจัณฑาลในอินเดีย      
บ่าย เยี่ยมชมหมู่บ้านเสวครามของมหาตมะ คานธี และหมู่บ้านเปานาร์       
9 ต.ค. 2551 ร่วมงานฉลองพุทธชยันตี กับขบวนการชาวพุทธใหม่นับล้านคนทั่วอินเดีย       
10 ต.ค. 2551 เดินทางจากนาคปุระมุ่งสู่เมือง Jalgaon โดยรถยนต์ เพลิดเพลินกับชีวิตผู้คนและ ทิวทัศน์สองข้างทาง      
11 ต.ค. 2551 นำท่านสู่ถ้ำอชันตา หินจำหลักพุทธศิลป์ ท่านจะได้ใช้เวลาทั้งวันดื่มด่ำกับความงาม อันอัศจรรย์และร่วมภาวนาเพื่อระลึกถึงพลังแห่งศรัทธา     
12 ต.ค. 2551 ออกเดินทางจาก Jalgaon มุ่งสู่เมืองออรังกาบาด หลังจากนั้นนำท่านสู่ถ้ำเอลโลรา  ท่านจะตลึงลานกับพลังอันมหัศจรรย์ของมนุษย์  นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาดสองถ้ำนี้ หนึ่งในสถานที่ที่ควรไปเห็นก่อนตาย     
13 ต.ค. 2551 ชม บีบีกา มักบารา BIBI KA MAQBARA และป้อมปราการเดาลาตาบาDAULATABAD       
14 ต.ค. 2551 ออกเดินทางจากออรังกาบาดมุ่งสู่บอมเบย์เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอินเดีย 15 ตุลาคม 2551 เช้า ชม ประตูสู่อินเดีย GATEWAY OF INDIAรับลมทะเลอันสดชื่นในยามเช้า ริมทะเลอาราเบียน หลังนั้นจะลงเรือมุ่งสู่เกาะช้างเพื่อเข้าชมถ้ำเอเลแฟนต้า Elephanta Cave ประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือรูปพระตรีมูรติท่านจะได้ สัมผัสกับความงามอันมหัศจรรย์และมีมนต์ขลังภายในถ้ำ บ่าย เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ แห่งเวลล์ PRINCE OF WALES MUSEUMและพิพิธภัณฑ์คานธี GANDHI  MUSEUM 
16 ต.ค. 2551 พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่โครงการ Bahujan Hitay ทำงานกับชาวสลัม หลังจากนั้นจะนำท่านไปสัมผัสกับชีวิตผู้คนในสลัมบอมเบย์      
17 ต.ค. 2551 ค้นหาคำตอบให้ชีวิต ปลีกวิเวก ที่ถ้ำกัณเหรี 00.35น.ออกจากสนามบินบอมเบย์สู่กรุงเทพมหานคร     
18 ต.ค. 2551 06.20 น.เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ