[ กลับหน้าแรก | กลับหน้า กิจกรรม ]

[ มกราคม+กุมภาพันธ์ | มีนาคม+เมษายน | พฤษภาคม+มิถุนายน | กรกฎาคม+สิงหาคม | กันยายน+ตุลาคม | พฤศจิกายน+ธันวาคม | ปี 2552 ]

 
ผ่อนพักตระหนักรู้ : เพื่อดุลยภาพแห่งกาย จิตใจ ปัญญาและความรัก เนื้อหาหลักสูตร
 
ข้อมูลเบื้องต้น
ช่วงเวลาที่จัด ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2551
สถานที่ ภูไอยรา รีสอร์ท แผนที่
วิทยากร ปรีดา เรืองวิชาธร และทีมเสมสิกขาลัย
บริจาคร่วมกิจกรรม บุคคลทั่วไป 4,000 บาท และนักพัฒนา 3,300 บาท (1 ท่าน)
จำนวนรับสมัคร จำนวน 30 ท่าน
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง ฐิติรัตน์ จันทร์เนียม หรือ สาวิตรี กำไรเงิน
หมายเลขโทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
e-mail address semsikkha_ram@yahoo.com
แบบฟอร์มสมัครกิจกรรม Word | Acrobat (รายละเอียดการชำระเงินอยู่ในแบบฟอร์ม)
 
ความนำ

ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของวัตถุนิยมและวัฒนธรรมบริโภคนิยมนั้น นับวันดูจะมีคุณภาพลดน้อยถอยลงโดยลำดับ จริงอยู่แม้ว่าเราจะมีความสะดวกสบายในทางวัตถุมากขึ้น ได้เข้าเรียนหรือทำงานตามที่สังคมยอมรับ แต่หากหันกลับมาดูความสุขทางด้านจิตใจแล้ว กลับพบว่า เราเข้าถึงความสุขทางจิตใจได้น้อยลงทุกที กลายเป็นความทุกข์ทางใจมาแทนที่มากขึ้น เช่น เกิดความเครียด วิตกกังวล คิดในเชิงลบหรือมองในแง่ร้าย จิตใจเป็นทุกข์ เศร้าหมอง และหดหู่ด้วยเรื่องต่างๆ มากมาย ความทุกข์ทางจิตใจยังเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทางกายตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคอันเนื่องจากวิถีชีวิตในสังคมสมัยใหม่ เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง หรือแม้แต่โรคซึมเศร้า หรือโรคอันเนื่องมาจากความเครียดวิตกกังวล

ด้วยเหตุนี้ แม้ชีวิตจะพรั่งพร้อมไปด้วยวัตถุและทรัพย์สินเงินทอง แต่นั่นไม่ได้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ชีวิตเราจะมีความสุข มีคุณภาพมากขึ้นแต่อย่างใดเลย การเจ็บป่วยทางกายและใจ รวมถึงการเข้าถึงความสุขทางใจได้ยากขึ้นนี้ นอกจากจะเกิดขึ้นจากแรงกดดันรอบด้านในวิถีชีวิตสมัยใหม่แล้ว ยังมาจากทัศนคติต่อเรื่องชีวิตและสังคมที่ให้คุณค่าเน้นเฉพาะด้านวัตถุ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างเคยชินในชีวิตประจำวัน

หากเราหวังจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (ไม่ได้หมายถึงความพร้อมทางวัตถุ) เข้าถึงความสุขได้ง่ายขึ้น และห่างไกลจากโรคสังคมสมัยใหม่แล้ว เราจำต้องปรับเปลี่ยนทั้งทัศนคติ วิธีคิด เปลี่ยนแปลงจิตใจและพฤติกรรมต่างๆ โดยหันมาให้ความสำคัญกับมิติด้านจิตวิญญาณมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อทำชีวิตของเราเกิดดุลยภาพระหว่างกาย จิตใจ ปัญญาและความรักที่มีต่อผู้อื่นมากขึ้น

 
 
เนื้อหาและกระบวนการอบรม

การอบรมจะนำเอาคุณค่าของสมาธิภาวนามาคลี่คลายความเหนื่อยล้าทางกายและเปลี่ยนแปลงจิตใจที่เป็นทุกข์และเศร้าหมอง ให้เป็นชีวิตที่เบิกบานและงดงาม หากแต่การทำสมาธิภาวนานี้ ได้ประยุกต์เอาดนตรีจากธรรมชาติมาเป็นปัจจัยฝึกฝนการทำสมาธิภาวนา ให้มีความง่ายและไม่น่าเบื่อสำหรับผู้ที่ยังใหม่ต่อการทำสมาธิภาวนาโดยจะใช้ทั้งการนั่งและการนอนเป็นฐานแห่งการฝึกฝน ในแง่ของการทำสมาธิภาวนายังกินความกว้างไปถึงการเดินอย่างมีสติ เพื่อสัมผัสรายละเอียดของธรรมชาติและเพื่อรับพลังอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ

เราจะใช้การทำสมาธิภาวนาและการแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม เพื่อแสวงหาปัจจัยในการแปรเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความเบิกบานและงดงาม และใช้สมาธิภาวนาเพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเบิกบานและดีงามให้เจริญงอกงามยั่งยืน

เราจะใช้กระบวนกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันเรื่องวิสัยทัศน์แห่งชีวิต และการแสวงหาดุลยภาพแห่งชีวิต พร้อมทั้งเรียนรู้ประสบการณ์สุข – ทุกข์ของชีวิตที่ผ่านมาเพื่อนำไปสู่มุมมองใหม่ๆ ต่อเรื่องชีวิตในสังคมสมัยใหม่ และร่วมกันแสวงหาทางออกที่เป็นรูปธรรมการอบรมชุดนี้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเรียนรู้ท่ามกลางบรรยากาศของความเป็นกัลยาณมิตรภายในกลุ่มที่เอื้อเฟื้อเกื้อกูลปัญญาและความรักซึ่งกันและกัน

เราจะมีพิธีกรรมเล็กๆ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น โดยแบ่งปันทั้งบทกวี ดนตรี และงานศิลปะ

 
ตารางการอบรม

เวลา

6.45 – 8.00

9.15 – 12.15

13.15 – 14.00

14.00 – 17.00

19.00 – 21.30

วันที่

3 ต.ค.

นัดหมายเดินทาง
เวลา 7.00 น. จุดนัดพบ

รู้จักกันก่อน/กิจกรรม
จุดพักพิงของชีวิต

นอนผ่อนคลาย
อย่างสมบูรณ์

สติกับฐานทั้ง4ของชีวิต
ความรู้ตัวทั่วพร้อม

แลกเปลี่ยนแบ่งปันเรื่องสติ

4 ต.ค.

โยคะและสมาธิภาวนา
เพื่อเข้าใจตนเอง

เข้าใจแง่งาม
ความจริงของชีวิตผ่านศิลปะ

ดนตรี กับ
เยียวยาจิตใจ

การเคลื่อนไหวร่างกาย
ประกอบ  ดนตรี  บทกวี
การเดินทางของสายน้ำ

5 ต.ค.

วิธีคิดแบบพุทธ

สร้างสรรค์สมดุลชีวิต
(อธิษฐานบารมี พิธีชงชา)

 

ออกเดินทางโดยรถตู้ เวลา 7.00 น. (จุดนัดพบ)
* ตารางเวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มผู้เข้าร่วม
**จบการอบรมและเดินทางกลับ วันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. 51 ประมาณ 16.30 น.