[ กลับหน้า รายงาน | รายงานกิจกรรม สำนักงานรามคำแหง | รายงานกิจกรรม สำนักงานอาศรมวงศ์สนิท ]
เมื่อความทุกข์โถมเข้าใส่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
 

(ผู้เข้าร่วมอบรมถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกจากการอบรม ศิลปะบำบัด 19-20 มกราคม 2551)

คราบเลือดที่ฝ่ามือ
แววตาอันเจ็บปวด
เสียงครางแผ่วเบา
ฉันจะทำอะไรได้
นอกจากนั่งลงร่ำไห้อย่างหมดหัวใจจากเพียงเสียงร้อง
หยาดน้ำตาก็พรั่งพรูออกมา
แล้วใจทั้งดวงก็เปิดรับเอาความเจ็บปวดเข้ามา
มันปวดหนึบอยู่ภายในมันหนักมันหน่วงเอาไว้
แม้เหตุการณ์ผ่านไปแล้ว
หากความรู้สึกนั้นยังคงเกาะกินใจอยู่
คราเมื่อตาเห็นร่องรอย
ความทรงจำก็หวนคืนกลับมาเกี่ยวประหวัดเอาภาพของเสียง
ภาพของกลิ่น
ความรู้สึกก่อตัวขึ้น
ความปวดร้าวก็เริ่มต้นใหม่
เริ่มต้นจากความทรงจำที่ฉันเกาะกุมไว้
ดูไม่มีที่สิ้นสุดได้
เวลาภายในทำงานต่อเนื่องไปจากความทรงจำที่สมองทำหน้าที่ผลิตขึ้น
เพื่อให้ฉันได้อยู่ตรงนี้
ฉันผู้ทุกข์โศก
ฉันจึงมีอยู่ 
หากในความทรงจำอันช่ำชอง

ประกายเล็กสว่างวาบ
ฉันเป็นอะไรได้มากกว่านี้ไหม

ฉันจะเติบโตและดูแตวเองเช่นไร
ฉันพอใจแน่หรือที่จะเป็นเพียงเช่นนี้
ซึ่งบางทีเหมือนเดินวนอยู่กับที่

เสียงต่างๆนั้นเข้ามาตั้งคำถาม
ด้วยการเดิน
ด้วยการหายใจ
ด้วยการได้ยิน
ได้เห็น รับรู้
พื้นที่เล็กๆถูกเปิดออก
ฉันเห็นช่องว่าง
บานประตูเล็กๆที่มือเราเองเป็นผู้ผลักเปิดหรือปิด
เช่นเดียวกับการที่เราจะเลือกให้มองหรือไม่มอง
มองไม่เห็น ฯ กระมัง
อะไรบางอย่างภายในตัวเริ่มส่องแสง
โลกภายนอกยังดำรงอยู่
และดำเนินไป
ไม่เห็นเกี่ยวกันกับโลกภายในอันเศร้าหมองของฉันเลย
มันเกิดอะไรขึ้น
อะไรกันแน่
อันไหนคือโลกที่แท้จริง
มันมีหรือไม่
เสียงต่างๆจากช่องว่างของประตูตั้งคำถาม
ฉันเปิดและรับฟัง
สายลมอันสดชื่นจากภายนอกพัดเข้ามาสู่


โลกไม่ได้มีเพียงเสียงคร่ำครวญและความทุกข์โศกเท่านั้น
แม้ในความทุกข็โศกก็ใช่มีเพียงความทุกข์โศกของฉันเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่

ด้วยเราทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน

มองออกไปสวนดอกไม้หลากสีสัน
ส่งกลิ่นหอม
ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่
ท้องน้ำสีครามล้อเล่นกับสีของผืนฟ้า

หากฉันไม่ขังตัวเองไว้หรือเปล่า
ฉันก็จะได้รับ
ได้ชื่นชมความงามของโลกที่มีอยู่
ความงามที่ก็จะเสื่อมทรามไป
หากก็จะก่อเกิด
ผลิแตกออกเป็นความงามใหม่
หมุนเวียนไปไม่รู้จบ
เช่นนั้นอะไรเล่าที่จริงแท้
หรือไม่มีเลย 
ด้วยการเปิดประตูออกรับรู้
อยู่ร่วมหรือเปล่าที่ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นรับรู้ความจริงแท้นี้

เห็นรอยต่ออันงดงามระหว่างเศษขยะ
กองขึ้หมาและกอดอกไม้หอม

โลกเป็นเช่นที่เรามองเห็นหรือ

หรือแท้จริงแล้วเรากำหนดการมองเห็น
การรับรู้ของเราเอาไว้ให้โลกเป็นเช่นไร

อะไรกำหนดการรับรู้ของเราให้เป็นได้เพียงเช่นนั้น.........

 

ณ.รอยต่อระหว่างความเป็นและความตาย
การดำรงอยู่และการละจาก

เราเห็นความสวยงามอันสุขสงบนั้นหรือไม่
มีการจากเพื่อการก่อเกิดใหม่

และในการก่อเกิดก็มีการตายจากสิ่งเก่าๆอยู่เสมอ

เรายิ้มรับได้กับการเกิด
แต่เรามักจะร้องไห้ไม่ยอมรับการตายจาก
เราโศกเศร้าไม่ต้องการ.......

ฉันและเตือนใจคุยกัน
เราจะนำพาความงดงามในความตริงเหล่านี้ไปเยียวยาผู้คน
ไปเปิดประตูใจของเขาให้รับรู้
ยอมรับอย่างชื่นบานกับวัฏจักรเหล่านี้ได้ไหม

ด้วยใจที่พร้อมเผชิญ
เรียนรู้
เราจะทดลองร่วมกัน
เป็นนักเรียนน้อยๆที่จะน้อมตัวลงโอบอุ้ม
ดูแลโลกที่เราเป็นอยู่

ด้วยเมื่อเราดูแลคนอื่นๆเราก็กลับได้รับผลแห่งการดูแลนั้นนั่นเอง
ความสดใส
ชื่นบานจากการได้ลงไม้ลงมือทำงานและสืบค้นเข้าไปในตัวเองจากกระบวนการศิลปะบำบัดยังคงอยู่กับเรา
มันเบ่งบานออกมาเป็นเนื้อตัว
เป็นเรี่ยวแรง
พละกำลัง
เป็นใจที่ยิ่งใหญ่อันพร้อมเรียนรู้
กล้าเผชิญกับความกลัว
กลัวที่จะพบความไม่แน่นอน
กลัวที่จะพบว่าเราควบคุม
กำหนดอะไรไม่ได้เลย
เราวางแผนกัน
คุยร่วมกันในกรรมการส่วนใหญ่ของจิตอาสาโรงพยาบาลควนเนียง
อันเป็นบ้านเกิดของสามีฉัน

ต้องขอขอบคุณงานอบรมศิลปะบำบัดครั้งนี้
ที่เปิดโอกาสให้เรา
ครอบครัวเราได้กลับมาทำหน้าที่ลูกของแผ่นดินเกิด
และเป็นปาฏิหารย์เล็กๆที่ฉันได้พบเตือนใจในงานอบรม
ใช่ค่ะ
เรากำลังคิดค้นที่จะเอากระบวนการศิลปะบำบัดลงไปช่วยเด็กๆ
ผู้ป่วยใน
บุคคลากรของโรงพยาบาล
ชุมชนโรงพยาบาลควนเนียงก่อน
อาจเริ่มด้วย
การตั้งวงเล็กๆนำพาผู้สูงอายุได้ขยับแขนขา
นิ้วมือสร้างสรรค์แป้งปั้นจากแป้งขนมปัง
เอาไว้ให้เด็กๆ
ทั้งที่เป็นลูกหลานและไม่ได้เป็นอะไรกัน

ฉันเชื่อว่าใจที่เปิดออกด้วยการให้จะได้รับกลับคืนมา
ความอิ่มเอิบ
รอยยิ้ม ความสดใส
อ่อนวัย
หรือเปล่าคือยารักษาโรคภัย

โรงพยาบาลควนเนียงมีผู้ป่วยระยะสุดท้ายอยู่บ้าง
จะเป็นเช่นไรที่ใจของคนเฝ้าไข้
ญาติจะได้รับการดูแลด้วยกระดาษแผ่นน้อยที่อยากให้กำลังใจ
ด้วยรอยยิ้ม
การทักทาย
การสัมผัสจากผู้คนรอบข้าง
จากคนด้วยกันไม่ใช่เพียงการดูแลในภาระหน้าที่ของบุคคลากรของโรงพยาบาล

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโรงเรียนพ่อแม่ของหน่วยบริการชุมชน
ของโรงพยาบาลจะมีนักเรียนพ่อแม่ที่เห็นความมีคุณค่าของตน
เห็นความงดงามในการให้กำเนิด
และการเกิดขึ้นของชีวิตใหม่
ซึ่งเป็นการสืบทอดอันยิ่งใหญ่ไม่รู้จบของเส้นทางบรรพชน

พ่อแม่จะดูแลตนเองให้สมคุณค่าที่ได้รับเกียรติในการโอบอุ้มดูแลดวงวิญญาณอันเก่าแก่นี้ให้โตเต็ม
สมวัยอย่างไรนะ  ฯฯฯ
อีกมากมายที่เราร่วมกันครุ่นคิด
และใฝ่ฝัน


ต้องขอขอบคุณอีกหลายต่อหลายครั้งในความกรุณาที่ฉันได้รับจากงานอบรมศิลปะบำบัดครั้งนี้
ขอบคุณเสม
ขอบคุณเจน
ขอบคุณน้องนิวส์
ขอบคุณคุณหมอและครูทุกๆคน
ที่ยอมรับฉันเข้าเป็นศิษย์
เชื่อใจและยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข

ขอบคุณชีวิตที่มีโอกาสให้เสมอค่ะ