[ กลับหน้า รายงาน | รายงานกิจกรรม สำนักงานรามคำแหง | รายงานกิจกรรม สำนักงานอาศรมวงศ์สนิท ]
 
องค์กรนี้ชื่อว่า “ความสุข”

เทียนบุญ

จากสภาพสังคมที่เร่งรีบ มีการแข่งขันกันสูง มีผลบีบบังคับให้คนในองค์กรต้องแข่งขัน การวัดและประเมินผลกันด้วยคุณภาพ ปริมาณ และความสำเร็จจากการทำงาน ทำให้หลายๆองค์กรมักจะละเลย หรือหลงลืมที่จะใส่ใจเรื่องความสัมพันธ์และความสุขในการทำงานของพนักงานในองค์กร การไม่มีความสุขในที่ทำงานอาจจะเป็นตัวลดทอนคุณภาพของคนและของงานลงได้เช่นกัน แล้วเราจะสร้างองค์กรที่ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขได้อย่างไรล่ะ?..........

ตอนนี้หลายองค์กรก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคนทำงาน เพราะคนเป็นปัจจัยหลักที่จะนำพาองค์กรให้สามารถเคลื่อนไปในทิศทางที่เราวาดหวังไว้ มีองค์กรมากมายที่สนใจจะพัฒนาคนในการเพิ่มทักษะความสามารถในการทำงาน แต่ต้องถามเท่านั้นเพียงพอแล้วหรือ หลายๆ คนมีทักษะ ความสามารถในการทำงานงานเป็นอย่างดี แต่มักจะขาดทักษะในการที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างเป็นสุข

องค์กรมักจะประกอบไปด้วยคนหลายๆ คน เมื่อคนหลายๆ คนมาอยู่รวมกัน บุคลิก วิธีการคิด วิธีการทำงานที่แตกต่างกัน นี่ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่ทำให้เรามักจะขัดแย้งกันได้ง่าย สิ่งที่จะช่วยได้คือการทำความเข้าใจถึงบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัยของคนที่อยู่ทำงานร่วมกัน ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น และเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันบนความแตกต่างหลากหลายอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรมดาเมื่อคนที่มีบุคลิกต่างกันมาทำงานร่วมกันจะทะเลาะหรือขัดแย้งกัน แต่เมื่อขัดแย้งกันก็ขอให้ความขัดแย้งนั้นเป็นเวทีที่เราจะเท่าทันหรือสังเกตความเป็นตัวเอง หาแนวทางปรับปรุงตัวเองไปในทางที่สร้างสรรค์ขึ้น

คนเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงาน แต่คนต้องอยู่ภายใต้โครงสร้าง ระบบการทำงานขององค์กร ถึงแม้คนจะรัก เข้าใจกันดีเพียงใด หากต้องตกไปอยู่ภายในโครงสร้างองค์กรที่ไม่ยุติธรรม มีความลำเอียง ไม่มีความโปร่งใส ก็ไม่อาจทำให้คนรักและทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข ในทางกลับกันระบบโครงสร้างการทำงานขององค์กรที่ดี อาจจะทำให้คนในองค์กรที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี กลับกลายเป็นคนดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน องค์กรควรวางโครงสร้างการทำงานที่มีความยุติธรรม ไม่มีความลำเอียง มีการประเมินผลที่เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เลือกที่จะให้รางวัลแต่คนใดคนหนึ่งที่ทำผลงานดีเด่น หรืออยู่ใกล้ชิดที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนคนอื่นๆ โดยเฉพาะการทำงานที่มักจะต้องทำเป็นทีม เรามักจะมีคนที่คอยอยู่เบื้องหลังการทำงาน แม้กระทั่งแม่บ้านที่คอยทำความสะอาดก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเรา ดังนั้นการให้รางวัลค่าตอบแทนพิเศษควรให้เป็นทีม ให้ทุกคนได้เสพผลของความสำเร็จร่วมกัน ระบบการทำงานควรวางให้ความไหลรื่น ไม่ติดขัด ลดจุดที่จะทำให้การการขัดแย้งกัน ลดการทำงานที่ซับซ้อน โครงสร้างงานที่วางใจอาจจะใช้ไม่ได้ทุกรณีไป ดังนั้นเราจึงควรเปิดช่องทางให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างการทำงานขององค์กรได้ด้วย ให้มีความยืดหยุ่น อย่ายึดติดกับโครงสร้างที่ร่วมสร้างกัน ปรับเปลี่ยนเมื่อเห็นว่ามันทำให้คนขัดแย้งกันมากกว่าเป็นโครงสร้างที่ทำการทำงานไหลลื่น แต่ต้องมีการสื่อสารกันให้ทราบอย่างทั่วถึงและเพียงพอเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ให้องค์กรเป็นองค์กรที่มีชีวิต ไม่หยุดนิ่งตายตัว

หากองค์กรได้วางระบบการทำงาน โครงสร้างขององค์กรไว้ดีแล้ว การบริหารจัดการก็ต้องให้เป็นไปตามนั้น มีบางครั้งที่คนไม่สามารถบริหารจัดการให้เป็นไปได้ตามโครงสร้างที่วางไว้ เราก็ต้องพิจารณาว่าเป็นเพราะส่วนใด เป็นเพราะโครงสร้างที่วางไว้ไม่เหมาะกับสภาพการทำงาน กับคนในองค์กร หรือเป็นเพราะคนในองค์ละเลยไม่ใส่ใจ เมื่อพบสาเหตุที่แท้จริง เราก็ต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คนในองค์กรมีความสุข ทำงานออกมาได้ผลสำเร็จ คือ ความไว้วางใจที่มีต่อกัน หลายๆครั้ง การทำงานร่วมกันมักจบลงเพราะความไม่ไว้วางใจกัน ในระหว่างทางที่เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจกันและกัน วางโครงสร้างการทำงานที่ดีแล้ว เราต้องมั่นสร้างความไว้วางใจต่อกันด้วย ความไว้วางใจเป็นเหมือนเครื่องตรวจเช็คสภาพองค์กร องค์กรใดไม่มีความไว้วางใจต่อกันเลย ไม่สามารถคุยกันได้อย่างตรงไปตรงมา แสดงว่าองค์กรนั้นกำลังเจ็บป่วยอย่างที่สุด เต็มไปด้วยความอึดอัด ทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์จึงเป็นไปได้ยากมาก ความไม่ไว้วางใจมีหลายแง่มุม เช่น ไม่ไว้วางใจบุคลิก นิสัย ความสามารถ ความซื่อสัตย์ และระบบโครงสร้างการทำงานที่ไม่ยุติธรรม เราต้องพิจารณาว่าเราไม่ไว้วางใจกันด้วยเรื่องใดและแก้ปัญหาให้ตรงจุด อาจต้องเริ่มจากตัวเราต้องสร้างมั่นใจให้ตัวเองว่าเราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างานหรือลูกน้องว่าเขามีความสามารถ เปิดโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ความสามารถ สร้างปัจจัยส่งเสริมให้เกิดความไว้วางใจต่อกัน เช่น สร้างบรรยากาศการทำงานอย่างไม่เป็นทางการที่ผ่อนคลายไม่กดดัน สร้างระบบการทำงานที่ทำเราวางไว้ซึ่งกันและกัน

หลายต่อหลายครั้งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในองค์กรเรามักเพ่งโทษ มองหาจำเลย เรามักจะคิดว่าเพราะคนๆ สิ่งๆ นั้นทำให้เกิดปัญหา จริงอยู่ว่าเขาคนนั้นอาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาขึ้น แต่ใช่เขาคนเดียวจริงหรือ การทำงานที่มีการเชื่อมต่อประสานงานกัน ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมสัมพันธ์กัน ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุที่โยงใยเต็มไปหมด เราเองก็อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานั้น แม้กระทั่งคนที่คิดว่าอยู่เฉย ๆ ไม่มีส่วนกับปัญหานั้น ก็อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหานั้นขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเรานิ่งเฉย ดูดาย ละเลยทำให้เกิดปัญหานั้น ด้วยเหตุนี้เองเราจึงไม่ควรรีบหามองหาจำเลยเพื่อให้เขาผู้นั้นรับความผิดพลาดแต่เพียงผู้เดียว เราควรใคร่ครวญดูว่ามีเหตุ ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดปัญหานั้น สืบสาวหาสาเหตุให้รอบด้านเพื่อที่เราจะได้แก้ไขปัญหานั้นให้ถูกจุด และจะทำให้เราเห็นว่าเราทุกคนมีส่วนร่วมเหมือนกัน

ให้เราเป็นหนึ่งพลังแห่งการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ เพื่อให้การทำงานในองค์กรเต็มไปด้วยความสุข เมื่อคนทำงานมีความสุขแล้ว ความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้นและยังส่งผลให้งานที่ทำนั้นประสบความสำเร็จไปด้วย ถึงแม้ว่างานนั้นจะยังไม่สำเร็จ แต่คนทำงานก็ยังมีกำลังใจในการที่ทำงานร่วมกันต่อไปเพราะทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และมีความสุขในการทำงาน ให้องค์กรหล่อเลี้ยงกันและกันด้วยความสุข คงจะดีกว่าที่หล่อเลี้ยงกันด้วยการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นกัน

องค์กรที่เจ็บป่วยในสังคมนี้คงจะมีน้อยลง ถ้าทุกคนหันมาสนใจที่จะร่วมกันสร้างปัจจัยที่จะทำให้คนทำงานร่วมกันอย่างเป็นสุข ใส่ใจคนในฐานะเพื่อมนุษย์มากกว่าที่จะคิดว่าเขาเป็นเพียงกลไก เครื่องจักร เมื่อคนมีความสุข คนก็จะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้องค์กรมีความสุข เป็นองค์กรที่มีชีวิต เป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยชีวิตที่มีความสุข เพระคนกับองค์กรเป็นตัวแปรซึ่งกันและกัน v

จากการอบรม “งาน พลังกลุ่มและความสุข” วันที่ 1-3 มิถุนายน 2550